วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

เพลงอาทิตย์อับแสง (Blue Day)





ประวัติ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ในพ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรงเริ่มรู้จักชอบพอกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเมื่อยังทรงเป็น ม.ร.ว. สิริกิติ์ กิติยากร

จากบันทึกส่วนพระองค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ได้แสดงถึงพระเจตนารมณ์ที่ทรงประพันธ์เนื้อร้องเพลง อาทิตย์อับแสง และ เทวาพาคู่ฝัน ว่า ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มรู้จักชอบพอกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเมื่อยังทรงเป็น ม.ร.ว. สิริกิติ์ กิติยากร อยู่นั้น ต่างประทับห่างไกลกัน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับแรมบนภูเขาในเมืองดาโวส์ (Davos) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับ ณ เมืองโลซานน์ เมื่อต้องทรงจากกันก็เปรียบเหมือน อาทิตย์อับแสง และในพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์ก็คงทรงหวังให้ เทวาพาคู่ฝัน มาให้ จึงทรงประพันธ์คำร้องเพลงทั้งสองนี้ถวาย

เพลงพระราชนิพนธ์อาทิตย์อับแสงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ฮาร์โมนิก ไมเนอร์สเกล (harmonic minor scale) อันเป็นสเกลเสียงที่แสดงถึงความหม่นหมอง เศร้าสร้อย คล้ายสำเนียงเพลงบลูส์ แม้ว่าสเกลนี้จะมีอารมณ์เพลงคล้ายบลูส์สเกล แต่จะแตกต่างตรงมีความละเมียดละไม นุ่มนวลกว่า ไม่รู้สึกแปร่งหู ดังนั้นแม้จำนำเพลงนี้ไปเรียบเรียงให้เข้ากับจังหวะลีลาศ ก็ยังคงได้ความรู้สึกที่อ้างว้าง เดียวดาย และเศร้าสร้อย

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งความหมายใกล้เคียงกัน โดยกล่าวถึงความรักเปรียบเทียบกับธรรมชาติ ยามที่ได้อยู่เคียงคู่กัน ท้องฟ้าดูสดใส ยามไกลกันดังอาทิตย์อับแสง แต่ก็แฝงความหวังไว้ในตอนท้ายที่ว่า “จวบจนทิวาเรืองงาม สบความรักยามคืนคง” “Again the sun will shine. That day I’ll make you mine


 อาทิตย์อับแสง  
               เคยชม    ร่วมภิรมย์ใจ     ด้วยความรักจริงยิ่งใหญ่   รักพันหัวใจเรามั่น
               รักเอย    เคยอยู่เคียงกัน    ร่มเย็นมิเว้นวายวัน        ด้วยความสัมพันธ์ยืนยง
               ทิวางาม  ยามอยู่เคียงคง     สุริยาแสงส่ง              ปวงชีวิตในโลกดำรงเริงใจ
               ร้างกัน   วันห่างไปไกล    มืดมนหมองมัวปานใด    เยือกเย็นเข็ญใจรัญจวน
               ไกลกัน  พาพรั่นใจครวญ  ร่างกายทรุดโทรมทุกส่วน จิตใจร้อนรวนแรงอ่อน
               รักเอย    เลยกลับอาวรณ์  ค่ำคืนฝืนใจไปนอน        ยิ่งดูเหมือนฟอนไฟลน
               ทิวาทราม ยามห่างดวงกมล  สุริยาหมองหม่น        ปวงชีวิตในโลกอับจนเสื่อมทราม
               หวังคอย  คอยเฝ้าโมงยาม   จวบจนทิวาเรืองงาม     สบความรักยามคืนคง


BLUE DAY
Blue day   There’s no sunshine.  Why must you go away,   Leaving me here alone?
            My own.   How I miss you        With loving heart so true!  That’s why I feel so blue.
            Dear one,  What’s the good of    Days without the sun,        Or peaceful nights
            Without the moon?  But soon  No more blue day. 
            Whenever I meet you Then all my dreams come true.
            Blue day  Gloomy blue day,  When you are far away,  Why must we be apart?  Sweetheart,
            Dear, I love you  With all my heart, I do  That’s why I feel so blue.
My love,  Skies are so grey,  Cloudy up above,  Dear won’t you please
Come back to me?   There’ll be  No more blue day.  Again the sun will shine.
That day I’ll make you mine
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น